เรื่องราวของ นินูรุดดีน นิเดร์หะ หรือ 'มิง' ผู้รักษาประตูมากประสบการณ์ของทัพ 'ปืนใหญ่ลังกาสุกะ' ปัตตานี เอฟซี นั้นน่าสนใจไม่น้อย เขาอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับทีมมาเป็นปีที่ 5 โดยย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นในวัยเยาว์ ก่อนที่ฟุตบอลจะนำพาเขาไปสู่เมืองหลวง และท้ายที่สุดก็กลับมาเป็น 'ปราการอันแข็งแกร่ง' และ 'สายธารที่มอบความสุข' ให้กับแฟนบอลบนถิ่นเรนโบว์ สเตเดี้ยม

จุดเริ่มต้นบนเส้นทางลูกหนัง

นินูรุดดีน นิเดร์หะ เริ่มต้นเส้นทางสายฟุตบอลด้วยอิทธิพลจากพี่ชายทั้งสองคน ที่พาเขาไปดูบอลและเตะบอลอยู่เสมอ ความเป็นลูกผู้ชายทำให้เขารู้สึกชื่นชอบกีฬาลูกหนังอย่างรวดเร็ว ในวัยเด็ก เขาเลือกเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้า ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เด็กหลายคนปรารถนา ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เขาต้องมารับบทบาทสำคัญในตำแหน่งที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ นินูรุดดีน มีอายุประมาณ 14-15 ปี ในช่วงที่มีการคัดเลือกนักกีฬาฟุตบอลเพื่อเป็นตัวแทนจังหวัดไปแข่งขันกีฬาแห่งชาติ โค้ช นิแมร์ นิเดร์หะ ผู้ดูแลทีมในขณะนั้นประสบปัญหาผู้รักษาประตูตัวจริงมีปัญหาเรื่องการเดินทาง ทำให้ทีมขาดตำแหน่งนี้ โค้ชนิแมร์เห็นแววจากการที่ นินูรุดดีน เล่นกับเพื่อน จึงตัดสินใจจับเขามาฝึกซ้อมในตำแหน่งผู้รักษาประตู

นินูรุดดีน กล่าวว่าเขารู้สึกท้าทายกับตำแหน่งนี้มาก ความรู้สึกในการรับบอล การพุ่งปัดป้องลูกยิง ทำให้เขารู้สึกชอบและหลงใหลอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกเหมือนมีพรสวรรค์ในตำแหน่งนี้ จึงตัดสินใจเอาดีทางผู้รักษาประตูอย่างเต็มตัว แม้จะไม่เคยผ่านการเป็นนักเรียนในโรงเรียนกีฬา แต่ด้วยใจรักและมุ่งมั่น ฝีมือการป้องกันประตูของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นใบเบิกทางสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพในเวลาต่อมา

บทพิสูจน์ในเมืองหลวงและอุปสรรค

เส้นทางของ นินูรุดดีน นิเดร์หะ พาเขาจากยะหริ่งสู่เมืองกรุง โดยโค้ชนิแมร์ น้าชายของเขาได้แนะนำให้ไปคัดตัวกับทีม 'ฮัลโหล' องค์การโทรศัพท์ฯ (ทีโอที เอสซี) เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรายการพานาโซนิกฯ (เยาวชนควีนส์คัพ) แม้จะไปถึงในช่วงที่การคัดตัวใกล้จะปิด แต่ 'โค้ชก๊อก' พงษ์พันธุ์ วงษ์สุวรรณ กุนซือใหญ่ของ ทีโอที ได้ให้โอกาสเขาไปซ้อม เนื่องจากมาจากปัตตานีอันไกลโพ้น

หลังจากการซ้อมเพียงหนึ่งสัปดาห์ ทีมงานโค้ชก็เห็นแววและขอให้เขาอยู่ต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ ชื่อของเขาติดอยู่ในกลุ่ม 1 ใน 3 คน และสุดท้ายก็เป็น 1 ใน 2 คนที่ถูกคัดเลือกให้ได้เล่นในรายการนั้น ผลงานที่โดดเด่นกับทัพ 'ฮัลโหล' ทำให้ 'โค้ชก๊อก' ดึงตัว นินูรุดดีน ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ร่วมกับเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง สุเชาว์ นุชนุ่ม อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตก็มาถึงในระหว่างช่วงปรีซีซั่น เมื่อเขาประสบอุบัติเหตุถูกรถชนบริเวณเข่า ทำให้ต้องใช้เวลาในการรักษาตัวเป็นเวลานาน

อุบัติเหตุครั้งนั้นส่งผลต่ออนาคตของเขาในถิ่น ทีโอที อย่างรุนแรง แม้จะได้รับโอกาสขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่แล้ว แต่อาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดีทำให้ ทีโอที ไม่สามารถรอเขาได้อีกต่อไป นินูรุดดีน จึงตัดสินใจหันหลังให้กับถุงมือและเสาประตู กลับไปใช้ชีวิตในฐานะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลยะรัง ซึ่งดูเหมือนว่าความฝันในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพกำลังจะยุติลง

คืนสู่สนามและบทบาทที่บ้านเกิด

แม้จะหันหลังให้ฟุตบอลไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าฟุตบอลยังคงวนเวียนอยู่รอบตัว นินูรุดดีน นิเดร์หะ โรงพยาบาลยะรังที่เขาทำงานได้ส่งทีมฟุตบอลเข้าร่วมการแข่งขันในท้องถิ่น ทำให้เขาได้กลับมาลงสนามอีกครั้ง ในที่สุด อ.บุญเลิศ เอี่ยวเจริญ กุนซือของ สงขลา เอฟซี ก็ได้เห็นฟอร์มการเล่นของเขาและทาบทามให้เขากลับมาสวมถุงมือเฝ้าเสาอีกครั้ง นินูรุดดีนยอมรับว่าในตอนแรกเขามีความลังเลเนื่องจากติดภารกิจงานประจำ แต่ อ.บุญเลิศก็โน้มน้าวให้เขามาซ้อมก่อน และหลังจากนั้นทีม สงขลา ก็ตกลงใจให้เขาเข้าร่วมทีม

การกลับมาเฝ้าเสาให้ สงขลา เอฟซี ทำให้เขากลายเป็นกำลังหลักของทัพ 'วัวชนแดนใต้' อย่างรวดเร็ว แม้จะต้องเดินทางไป-กลับระหว่างปัตตานีและสงขลาเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อลงสนาม ในท้ายที่สุด นินูรุดดีน นิเดร์หะ ก็ได้กลับมาสู่บ้านเกิดและสร้างตำนานบทใหม่กับ ปัตตานี เอฟซี ที่เขาอยู่กับทีมมาเป็นปีที่ 5 แล้ว เรื่องราวของเขาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและใจรักในฟุตบอลอย่างแท้จริง เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลรุ่นใหม่ใน ศูนย์รวมฟุตบอลไทย ที่จะก้าวเดินตามฝัน ไม่ต่างจาก ศิลปิน-ลูกหนังอย่าง นาราภัทร งดงาม ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าใจที่รักในเกมสามารถพาเราไปได้ไกลเพียงใด เพื่อให้แฟนบอลได้ติดตาม ผลการแข่งขัน และเรื่องราวของนักเตะเช่นเขาต่อไป

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง