จังหวัดศรีสะเกษเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน "คิงส์คัพ" ครั้งที่ 52 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของจังหวัด โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ร่วมกับจังหวัดศรีสะเกษจัดงานแถลงข่าวประกาศความพร้อมในทุกมิติ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมแกลเลอรี่ ดีไซน์ จังหวัดศรีสะเกษ การแข่งขันครั้งนี้ได้รับการรับรองจากฟีฟ่าให้เป็น A-Match และจะส่งผลต่อคะแนนสะสมในฟีฟ่าแรงกิ้ง
ศรีสะเกษ เมืองแห่งกีฬา กับความพร้อมเจ้าภาพ
"มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แสดงความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จังหวัดศรีสะเกษได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน คิงส์คัพ ครั้งที่ 52 โดยชื่นชมความมุ่งมั่นของจังหวัดที่แสดงให้เห็นถึงความรักและความคลั่งไคล้ในกีฬาฟุตบอลอย่างแท้จริง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ได้เน้นย้ำถึงเสน่ห์ของจังหวัด ทั้งวัฒนธรรมอีสานใต้และทุเรียนภูเขาไฟ พร้อมยืนยันความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเตรียมรับมือคลื่นมหาชน ทั้งด้านการจราจร ที่พัก และการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในภูมิภาค
นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ ได้ยืนยันถึงความพร้อมของ "สนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ (เกาะกลางน้ำ)" ซึ่งได้รับการปรับปรุงอย่างเต็มที่ ทั้งสภาพผืนหญ้า ระบบไฟส่องสว่าง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ได้มาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มความจุของสนามเป็น 17,000 ที่นั่ง จากเดิม 15,000 ที่นั่ง เพื่อรองรับแฟนบอลที่คาดว่าจะหลั่งไหลเข้ามาชมการแข่งขันอย่างคับคั่ง จังหวัดศรีสะเกษยังเป็นที่รู้จักในฐานะ "เมืองแห่งกีฬา" และเป็นจังหวัดแรกที่มีสองทีมขึ้นสู่ไทยลีกพร้อมกันในอดีต รวมถึงเป็นแหล่งผลิตนักฟุตบอลทีมชาติไทยหลายคน อาทิ สุภโชค สารชาติ และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา
4 ชาติร่วมชิงชัยสถานะ A-Match
การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 นี้ มี 4 ชาติเข้าร่วมประชันฝีเท้า ได้แก่ ทีมชาติไทย (เจ้าภาพ) ซึ่งปัจจุบันอยู่อันดับ 93 ของโลก, ทีมชาติโอมาน อันดับ 81 ของโลก, ทีมชาติทาจิกิสถาน อันดับ 100 ของโลก และทีมชาติบรูไน อันดับ 196 ของโลก โดยทีมชาติโอมานและบรูไนถือเป็นการเข้าร่วมการแข่งขันคิงส์คัพเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การแข่งขันทั้งหมดจะจัดขึ้นในช่วงปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ระหว่างวันที่ 9-17 พฤศจิกายน 2569 และได้รับการรับรองจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ให้เป็นการแข่งขันระดับ A-Match ซึ่งหมายความว่าผลการแข่งขันจะมีผลต่อคะแนนสะสมในฟีฟ่าแรงกิ้งของแต่ละทีม
โปรแกรมการแข่งขันและช่องทางรับชม
ไฮไลต์สำคัญคือพิธีจับสลากประกบคู่รอบรองชนะเลิศ ซึ่งได้จัดขึ้นในงานแถลงข่าว โดยมีผลการจับสลากดังนี้:
- รอบรองชนะเลิศ (14 พฤศจิกายน 2569)
- คู่ที่ 1: โอมาน พบ ทาจิกิสถาน เวลา 16.00 น.
- คู่ที่ 2: ทีมชาติไทย พบ บรูไน เวลา 19.30 น.
- รอบชิงชนะเลิศและชิงอันดับ 3 (17 พฤศจิกายน 2569)
- ชิงอันดับ 3: เวลา 16.00 น.
- รอบชิงชนะเลิศ: เวลา 19.30 น.
การแข่งขันทุกแมตช์จะระเบิดความมันส์ขึ้นที่สนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ (เกาะกลางน้ำ) แฟนบอลสามารถติดตาม โปรแกรมบอล และรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32, เว็บไซต์ www.thairath.co.th/tv/live, เฟซบุ๊ก ไทยรัฐทีวี ThairathTV, เฟซบุ๊ก Thairath Sport - ไทยรัฐสปอร์ต, ยูทูบ Thairath Sport และแอปพลิเคชัน TrueVisions Now
บัตรเข้าชมการแข่งขันมีราคาตั้งแต่ 200-500 บาท โดยจะเปิดจำหน่ายทางออนไลน์ผ่าน https://www.theconcert.com/ ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และจำหน่ายที่หน้าสนามระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2569 ทางจังหวัดและผู้จัดได้เตรียมมาตรการคุมเข้มปัญหาตั๋วผี เพื่อให้แฟนบอลทุกคนสามารถเข้าถึงการแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม หลังจบการแข่งขัน แฟนบอลสามารถติดตาม ผลการแข่งขัน ได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ
บทสรุป: ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน "คิงส์คัพ" ครั้งที่ 52 ที่จังหวัดศรีสะเกษนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีที่แฟนบอลจะได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันระดับนานาชาติอย่างใกล้ชิด และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลไทยและจังหวัดศรีสะเกษ

