แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สร้างความฮือฮาในตลาดซื้อขายนักเตะด้วยการประกาศคว้าตัว เอนโซ เฟร์นันเดซ กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินาจากเชลซี ด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติค่าตัวสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษที่เทียบเท่ากับ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่ย้ายไปลิเวอร์พูลเมื่อปีก่อน การย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นการเสริมทัพครั้งสำคัญของ "เรือใบสีฟ้า" ที่ต้องการยกระดับขุมกำลังให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อเป้าหมายในการคว้าแชมป์อย่างต่อเนื่อง

การย้ายทีมครั้งประวัติศาสตร์ของ เอนโซ เฟร์นันเดซ

การเซ็นสัญญาของ เอนโซ เฟร์นันเดซ กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นระยะเวลา 5 ปี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสรในการดึงนักเตะระดับโลกมาร่วมทีม เฟร์นันเดซ ได้กล่าวถึงความรู้สึกยินดีที่ได้ย้ายมาร่วมทีมที่ "สร้างขึ้นมาเพื่อความสำเร็จ" และพร้อมที่จะช่วยให้สโมสรคว้าถ้วยรางวัลต่อไป เขายังเน้นย้ำถึงความทุ่มเทในการฝึกซ้อมและลงสนาม ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาภาคภูมิใจและจะมอบให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างเต็มที่

การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ เฟร์นันเดซ แสดงความต้องการที่จะย้ายออกจากเชลซีมาตั้งแต่เดือนมีนาคม แม้จะเพิ่งย้ายมาร่วมทีม "สิงห์บลูส์" เมื่อเดือนมกราคม 2023 ด้วยค่าตัว 106.7 ล้านปอนด์ก็ตาม ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง เฟร์นันเดซ กับ เอ็นโซ มาเรสก้า อดีตโค้ชของเขาที่เชลซี ซึ่งปัจจุบันคุมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นได้

แผนการเสริมทัพของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

การมาของ เอนโซ เฟร์นันเดซ ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในตำแหน่งกองกลาง โดยรวมแล้วสโมสรได้ใช้เงินไปแล้วกว่า 327 ล้านปอนด์ในตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลาง นอกเหนือจาก เฟร์นันเดซ แล้ว "เรือใบสีฟ้า" ยังได้คว้าตัว อิลิมัน เอ็นดิอาย จากเอฟเวอร์ตันด้วยค่าตัวสูงถึง 65 ล้านปอนด์ รวมถึง เอลเลียต แอนเดอร์สัน จากน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 116 ล้านปอนด์ และ อายยูบ บูอัดดี จากลีลล์ 86 ล้านปอนด์

การเสริมทัพครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สโมสรได้ปล่อยนักเตะคนสำคัญในแดนกลางออกไปหลายราย เช่น โรดรี้ ที่ย้ายไปบาร์เซโลนา, แบร์นาร์โด้ ซิลวา ไปเรอัล มาดริด และ นิโก้ กอนซาเลซ ไปนิวคาสเซิล การปรับโครงสร้างแดนกลางครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของสโมสรในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งและพร้อมสำหรับการแข่งขันในทุกรายการ โดยเฉพาะใน พรีเมียร์ลีก ที่การแข่งขันดุเดือดเสมอ

ความผิดหวังของ เชลซี ในตลาดนักเตะ

ในทางกลับกัน เชลซี ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าผิดหวังในตลาดนักเตะ หลังจากที่ความพยายามในการหากองกลางคนใหม่มาแทนที่ เอนโซ เฟร์นันเดซ ต้องล้มเหลวลงอย่างไม่คาดฝัน สโมสรได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับโมนาโกเพื่อคว้าตัว ลามีน กามาร่า ด้วยค่าตัว 47 ล้านปอนด์ และนักเตะก็พร้อมที่จะเซ็นสัญญาระยะยาว อย่างไรก็ตาม โมนาโกได้ยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวในนาทีสุดท้าย สร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับเชลซี

แหล่งข่าวภายในสโมสรเชลซีถึงกับกล่าวว่าพฤติกรรมของโมนาโกนั้น "ไม่เป็นมืออาชีพอย่างยิ่ง" การล่มของดีล กามาร่า ทำให้เชลซีไม่สามารถหากองกลางคนใหม่มาทดแทน เฟร์นันเดซ ได้ทันเวลา แม้ว่าพวกเขาจะพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามถึงการวางแผนในตลาดนักเตะของ "สิงห์บลูส์" ที่แม้จะมีการขายและปล่อยยืมนักเตะออกไปหลายรายในช่วงซัมเมอร์นี้ เช่น มาร์ค กุยอู ไปแอร์เบ ไลป์ซิก, ดาริโอ เอสซูโก้ ไปสตราสบูร์ก, โรเบิร์ต ซานเชซ ไปโคโม และ มิไคโล มูดริค ไปท็อตแนม รวมถึง โตซิน อดาราบิโอโย่ ที่ย้ายไปสเปอร์สแบบถาวร

การจากไปของ เฟร์นันเดซ ยังมีเบื้องหลังที่ซับซ้อน โดยมีรายงานว่าเขาเริ่มไม่มีความสุขกับเชลซีหลังจากที่ มาเรสก้า แยกทางกับสโมสร และยังเคยถูกแบนสองนัดหลังจากแสดงความคิดเห็นหลังเชลซีตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีก นอกจากนี้ยังมีกระแสจากแฟนบอลที่ไม่พอใจในช่วงปรีซีซัน และสโมสรเองก็รู้สึกว่าเขาไม่เหมาะสมกับบทบาทรองกัปตันทีม การตัดสินใจขายจึงเป็นผลประโยชน์ของทุกฝ่ายในที่สุด

การย้ายทีมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนโฉมหน้าของแดนกลางแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเชลซี ซึ่งต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับสมดุลทีมต่อไปในฤดูกาลนี้ แฟนบอลสามารถติดตาม ตารางคะแนน และ วิเคราะห์บอล ได้อย่างใกล้ชิดเพื่อดูผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง