จากพื้นเพในชนบทของจังหวัดพิษณุโลก สู่การเป็นกำลังสำคัญของ "อาชาผยอง" มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของ ศรัญยู มังสา แบ็กขวาตัวเก่งวัย 28 ปี คือผู้เล่นที่ยืนหยัดด้วยฟอร์มการเล่นอันคงเส้นคงวาและบทบาทผู้นำในสนาม เส้นทางลูกหนังกว่า 8 ปีในถิ่นรังสิต หล่อหลอมให้เขาเป็นกำลังหลักในการล่าความสำเร็จ พาทีมคว้าแชมป์โซนกรุงเทพฯ และปริมณฑลมาครองได้อย่างต่อเนื่อง
จุดเริ่มต้นจากบางระกำ: รากฐานของความมุ่งมั่น
ศรัญยู มังสา หรือ "ต้น" เกิดและเติบโตที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีคุณพ่อและคุณอาผู้หลงใหลในกีฬาฟุตบอลเป็นผู้จุดประกายความรักในลูกหนังตั้งแต่เยาว์วัย การได้เตะบอลขาวดำลูกเก่าๆ กับญาติๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของนักฟุตบอลอาชีพในวันนี้
ความมุ่งมั่นของเขาเริ่มเป็นรูปเป็นร่างเมื่อเข้าสู่ช่วงมัธยมต้น เมื่อครูอาจารย์เล็งเห็นแววพรสวรรค์และแนะนำให้ไปคัดตัวที่โรงเรียนกีฬา อบจ.พิษณุโลก ซึ่งถือเป็น "ตักศิลา" แห่งแรกที่สอนวิชาลูกหนังอย่างจริงจัง ศรัญยูผ่านการคัดเลือกและได้เข้าเรียนในอันดับที่สามของโควตานักกีฬา
ช่วงเวลาในโรงเรียนกีฬาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ศรัญยูเคยท้อแท้และอยากเลิกเรียน แต่กำลังใจจากคุณพ่อคุณแม่ที่คอยมาทำกับข้าวให้ทานหลังเลิกซ้อม ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาสู้ต่อและอดทนจนเรียนจบมัธยมปลาย ในช่วงเวลานี้เองที่เขาได้พบกับ "โค้ชแบงค์" ดำรงศักดิ์ บุญม่วง อดีตผู้รักษาประตูที่ผันตัวมาเป็นครูสอนฟุตบอล ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นผู้ที่ชักนำเขาเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพในปี 2015
อาชาผยอง: 5 แชมป์โซนและความท้าทายในกรุงเทพฯ
การย้ายมาสู่รั้ว "อาชาผยอง" มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ในปี 2015 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางอาชีพของ ศรัญยู มังสา แม้ปีแรกเขาจะยังไม่ได้ลงสนาม แต่ในปี 2016 ศรัญยูก็ได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองในสนามฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว เขาต้องใช้เวลาและปรับตัวอย่างมากกับฟุตบอลในแบบฉบับของกรุงเทพฯ ซึ่งมีความแตกต่างจากที่เคยเล่นในพิษณุโลก ทั้งในเรื่องของแท็กติก พลกำลัง และศาสตร์ของฟุตบอล
ด้วยความคุ้นเคยกับ ดำรงศักดิ์ บุญม่วง ที่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมในปี 2017 ศรัญยูสามารถเข้าใจความต้องการของโค้ชและปรับตัวเข้ากับระบบได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เขากลายเป็น "เบอร์หนึ่ง" ของตำแหน่งแบ็กขวาอย่างแท้จริงนับตั้งแต่นั้นมา ภายใต้การนำของทั้งคู่ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพสามารถคว้าแชมป์โซนกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ถึง 5 สมัย ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมของทีมและตัวผู้เล่นอย่าง ศรัญยู มังสา เช่นเดียวกับนักฟุตบอลไทยคนอื่นๆ ที่สร้างเส้นทางของตนเองอย่างน่าสนใจ อย่าง นาราภัทร งดงาม (มหาสารคาม เอสบีที) ที่มีเรื่องราวบนเส้นทางลูกหนังไม่แพ้กัน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาลงสนามในเวทีลีกอาชีพให้กับมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพไปแล้วไม่ต่ำกว่า 100 นัด ซึ่งนับเป็นประสบการณ์อันล้ำค่า ทว่าการเป็นแชมป์หลายสมัยก็มาพร้อมกับความท้าทายที่ทีมอื่นๆ ต้องการโค่นล้ม เขามองว่าปัญหาที่เจอในช่วงต้นฤดูกาลนี้เป็นสิ่งที่ดี ทำให้ทีมได้เรียนรู้และแก้ไขได้รวดเร็วก่อนที่จะสายเกินไป ติดตามสถานการณ์ของลีกได้ที่ รวมมิตรสถานการณ์หลังผ่าน 5 เกมแรกศึกปุ๋ยรุ่งอรุณ ลีก ซึ่งเป็นเวทีที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพกำลังลงเล่นอยู่ในปัจจุบัน
ความฝันสู่ลีกสูงสุด: บทบาทของผู้นำและอนาคต
ในวัย 28 ปี ศรัญยู มังสา ยังคงมีความฝันอันแรงกล้าที่จะก้าวขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดของเมืองไทยอย่าง ไทยลีก เฉกเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมหลายคนที่ประสบความสำเร็จไปก่อนหน้า การยืนหยัดอยู่กับ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ มาอย่างยาวนาน ทำให้เขาเป็นทั้งผู้นำและผู้เล่นที่ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนร่วมทีมและสตาฟฟ์โค้ช
ศรัญยูมองว่าทุกคนย่อมปรารถนาที่จะได้เล่นในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งเขาเองก็หวังว่าโอกาสนั้นจะมาถึงในเวลาที่เหมาะสม การรอคอยและการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องคือสิ่งที่เขาให้ความสำคัญ แม้จะเห็นเพื่อนร่วมอาชีพหลายคนได้ก้าวไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ แล้ว แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นและเชื่อมั่นในเส้นทางของตัวเอง บทบาทของเขากับ "อาชาผยอง" ไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่น แต่ยังเป็นผู้ที่ช่วยพาทีมเดินหน้าเพื่อ "ก้าวข้ามผ่านกำแพงที่มีชื่อว่า ไทยลีก 3" ไปให้ได้ในสักวันหนึ่ง เพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของสโมสรและ ศูนย์รวมฟุตบอลไทย โดยรวม
บทสรุป จากเด็กชายในบางระกำที่เริ่มต้นเตะฟุตบอลลูกเก่าๆ กับครอบครัว สู่การเป็นแบ็กขวาจอมแกร่งและผู้นำของมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ เรื่องราวของ ศรัญยู มังสา คือบทพิสูจน์ของความอดทน ความมุ่งมั่น และความรักในเกมลูกหนัง ที่หล่อหลอมให้เขาก้าวเดินบนเส้นทางฟุตบอลอาชีพได้อย่างแข็งแกร่ง และยังคงพร้อมที่จะไขว่คว้าความฝันสูงสุดในชีวิตค้าแข้งต่อไป

