บทนำ

คีเลียน เอ็มบัปเป้ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส โชว์ฟอร์มร้อนแรงด้วยการทำแฮตทริกสุดสวย พาทีมเรอัล มาดริด เปิดบ้านเอาชนะเรอัล โซเซียดาด ไปด้วยสกอร์ 4-1 ในการแข่งขัน ลาลีกา เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นับเป็นการกลับมาคุมทีมในบ้านครั้งแรกของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน อย่างไรก็ตาม แม้จะคว้าสามคะแนนเต็มมาได้ แต่ผลงานในครึ่งแรกก็ทำให้พลพรรคราชันชุดขาวต้องเผชิญกับเสียงโห่ไม่พอใจจากแฟนบอลในสนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว

คีเลียน เอ็มบัปเป้ นำทัพราชันชุดขาวสู่ชัยชนะ

เอ็มบัปเป้ เริ่มต้นจุดประกายความหวังให้มาดริดด้วยประตูขึ้นนำในนาทีที่ 40 ก่อนที่ ลูก้า ซูซิช จะตามตีเสมอให้เรอัล โซเซียดาดได้ในอีกสี่นาทีต่อมา แต่ศูนย์หน้าชาวฝรั่งเศสรายนี้ก็ไม่ปล่อยให้เจ้าบ้านผิดหวังนาน เขาจัดการยิงประตูขึ้นนำอีกครั้งในนาทีที่ 60 สร้างความได้เปรียบให้กับทีมอีกครั้ง หลังจากนั้น วินิซิอุส จูเนียร์ ก็มาบวกเพิ่มประตูที่สามในนาทีที่ 68 และเอ็มบัปเป้ก็มาทำประตูที่สามของตัวเองเป็นแฮตทริกในช่วงสิบนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ปิดท้ายชัยชนะอย่างเด็ดขาด 4-1 แม้ครึ่งแรกจะดูไม่ลงตัว แต่เรอัล มาดริดก็กลับมาโชว์ฟอร์มดุดันในครึ่งหลัง และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการคว้าชัย.

เสียงโห่จากแฟนบอลและความเห็นของมูรินโญ่

การกลับมาสู่เบร์นาเบวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในฐานะกุนซือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 13 ปี ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญ แม้จะจบลงด้วยชัยชนะ แต่ทีมก็ต้องเผชิญกับเสียงโห่ก่อนหมดครึ่งแรก หลังจากการออกสตาร์ทที่เชื่องช้า ดูเหมือนขาดความเข้าขา และประมาทในการครองบอล ทำให้คู่แข่งมีโอกาสสวนกลับ มูรินโญ่ได้กล่าวถึงปฏิกิริยาของแฟนบอล โดยมองว่าเสียงโห่และเสียงปรบมือเป็นส่วนหนึ่งของความยุติธรรมในฟุตบอล และเสียงโห่เป็นครั้งคราวก็ไม่เคยทำร้ายใคร แต่กลับช่วยให้เติบโต แฟนบอลที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบวมีความคาดหวังสูงเสมอ และเขาก็พอใจกับวิธีที่ลูกทีมตอบสนองภายใต้ความกดดันและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งหลัง ซึ่งน่าจะทำประตูได้มากกว่านี้ ก่อนหน้านั้น เรอัล โซเซียดาดเองก็แสดงให้เห็นถึงความอันตรายตั้งแต่ช่วงต้นเกม โดยมีโอกาสลุ้นขึ้นนำในนาทีที่ 10 เมื่อ ทาเคฟุสะ คุโบะ ตัดบอลได้บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนส่งให้ มิเกล โอยาร์ซาบัล ยิงจ่อๆ แต่ก็ถูก ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ป้องกันเอาไว้ได้.

สรุปผลเพลย์ออฟ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ในขณะที่ศึก ลาลีกา กำลังเข้มข้น ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟก็มีการแข่งขันที่ดุเดือดไม่แพ้กัน

  • เฟเนร์บาห์เช่ สร้างเซอร์ไพรส์เอาชนะ ลียง ผ่านเข้ารอบไปได้ โดยสกอร์รวมสองนัด 3-1 หลังจากบุกไปชนะที่ฝรั่งเศส 2-1
  • ไวกิ้ง สตาวังเกอร์ จากนอร์เวย์ ก็เข้ารอบแบ่งกลุ่มตาม โบโด/กลิมท์ เพื่อนร่วมชาติไปได้ หลังจากเอาชนะ ดินาโม ซาเกร็บ ด้วยสกอร์รวม 5-3 โดยชนะในบ้าน 3-1
  • เออีเค เอเธนส์ ถล่ม เลฟสกี้ โซเฟีย 4-0 สกอร์รวม 4-0
  • สโลวาน บราติสลาวา เอาชนะ เซลเย่ ไปได้ 3-2 โดยประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษจาก คริสเตียน มาร์ติเนซ ทำให้พวกเขาก็ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มเช่นกัน

ทีมที่ผ่านเข้ารอบไปแล้วบางส่วน และมีการคาดการณ์โถจับสลากดังนี้:

  • โถ 1: ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, บาเยิร์น มิวนิค, เรอัล มาดริด, ลิเวอร์พูล, อินเตอร์ มิลาน, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซนอล, บาร์เซโลนา, แอตเลติโก มาดริด
  • โถ 2: ดอร์ทมุนด์, โรมา, สปอร์ติ้ง ลิสบอน, แอสตัน วิลล่า, ปอร์โต้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, คลับ บรูจจ์, เรอัล เบติส, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น
  • โถ 3: เฟเยนูร์ด, ลีลล์, โบโด/กลิมท์, นาโปลี, แอร์เบ ไลป์ซิก, บียาร์เรอัล, เฟเนร์บาห์เช่, ชัคตาร์ โดเนตส์ก, กาลาตาซาราย
  • โถ 4: สลาเวีย ปราก, สโลวาน บราติสลาวา, สตุ๊ตการ์ท, เออีเค เอเธนส์, ลาสก์, โคโม, ลองส์, ไวกิ้ง, ซาบาห์

ชัยชนะของเรอัล มาดริดในนัดนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่แข็งแกร่งใน ตารางคะแนน ภายใต้การนำของมูรินโญ่ แม้จะมีความกดดันจากแฟนบอล แต่ฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของทีมในการไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้ แฟนบอลสามารถติดตาม ผลการแข่งขัน และความเคลื่อนไหวฟุตบอลยุโรปต่อไปได้.

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง