สหพันธ์ฟุตบอลอาร์เจนตินาได้สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศรายชื่อ ลิโอเนล เมสซี ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังวัย 39 ปี เข้าสู่ทีมชาติชุดทำศึกกระชับมิตรกับทีมชาติเบนินในเดือนตุลาคมนี้ โดยมีการยืนยันว่าเกมดังกล่าวจะเป็นการลงสนามนัดสุดท้ายในสีเสื้อ "ฟ้าขาว" ของกัปตันทีมชุดแชมป์โลก 2022 เพื่อเป็นการอำลาอย่างสมเกียรติ

การกลับมาเพื่ออำลาอย่างสมเกียรติ

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เมสซีได้ประกาศเลิกเล่นทีมชาติอาร์เจนตินาไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าเขาได้ทุ่มเททุกอย่างให้กับทีมชาติแล้ว และไม่มีอะไรจะให้อีกต่อไป การตัดสินใจครั้งนั้นสร้างความเจ็บปวดให้กับตัวเขาอย่างมาก แต่ก็เป็นสิ่งที่เขาไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว อย่างไรก็ตาม เคลาดิโอ ทาเปีย ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอาร์เจนตินา ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางสหพันธ์ฯ ได้ตัดสินใจเชิญ "ผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก สัญลักษณ์ของทีมชาติ และกัปตันทีมของเรา" อย่างลิโอเนล เมสซี กลับมาเพื่อรับการอำลาที่คู่ควรอย่างแท้จริงในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ที่อาร์เจนตินา

เกมประวัติศาสตร์นัดนี้จะจัดขึ้นที่สนามเอสตาดิโอ โมนูเมนทัล ของสโมสรริเวอร์เพลท ในกรุงบัวโนสไอเรส ซึ่งมีความจุถึง 85,000 ที่นั่ง ทาเปียยังกล่าวอีกว่า นี่จะเป็นโอกาสที่ "น่าจดจำ" และได้เชิญนักเตะชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ทั้งหมดมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานอำลาครั้งนี้ด้วย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จและส่งท้ายตำนานของเมสซี

เบื้องหลังการตัดสินใจและผลงานอันยิ่งใหญ่

ลิโอเนล เมสซี ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 8 สมัย และปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับสโมสรอินเตอร์ ไมอามี ในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ ได้สร้างสถิติอันน่าทึ่งไว้มากมายกับทีมชาติอาร์เจนตินา เขาเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติด้วยจำนวน 125 ประตู จากการลงสนาม 207 นัด ซึ่งเป็นสถิติการลงเล่นมากที่สุดเช่นกัน เมสซีเป็นกัปตันทีมที่นำ "ลา อัลบิเซเลสเต" คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งเป็นความสำเร็จสูงสุดที่เขาใฝ่ฝันมาตลอดอาชีพค้าแข้ง

ก่อนหน้านี้ เมสซีเคยกล่าวถึงการพิจารณาอนาคตในวงการฟุตบอลหลังจากการจากไปของบิดาของเขาอย่าง ฮอร์เก เมสซี ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เขาตัดสินใจยุติบทบาทในระดับทีมชาติ แม้จะยังคงโลดแล่นในระดับสโมสรต่อไป การอำลาทีมชาติครั้งนี้จึงเป็นการปิดฉากบทบาทสำคัญในชีวิตค้าแข้งของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

บทลงโทษของฟีฟ่าและการเตรียมพร้อมสำหรับเกมอำลา

สหพันธ์ฟุตบอลอาร์เจนตินาเคยถูกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) สั่งลงโทษให้ลงเล่นเกมเหย้าสองนัดถัดไปโดยจำกัดความจุสนามเพียง 50% ซึ่งหนึ่งในนั้นถูกระงับไว้ บทลงโทษนี้เป็นผลมาจากการละเมิดระเบียบวินัยของฟีฟ่าระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้กิจกรรมกีฬาเพื่อการแสดงออกทางการเมืองที่ไม่เกี่ยวข้องกับกีฬา การประพฤติไม่เหมาะสมของทีม และการเหยียดเชื้อชาติจากแฟนบอล

เหตุการณ์หนึ่งที่ถูกกล่าวถึงคือหลังจากที่อาร์เจนตินาเอาชนะอังกฤษ 2-1 ในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก นักเตะหลายคนได้ชูป้ายอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม อาร์เจนตินามีกำหนดลงเตะเกมกระชับมิตรกับโบลิเวียในวันที่ 30 กันยายน และกับบูร์กินาฟาโซในวันที่ 3 ตุลาคม ซึ่งคาดว่าบทลงโทษดังกล่าวจะครบกำหนดก่อนเกมอำลาของเมสซีกับเบนิน ทำให้แฟนบอลสามารถเข้าชมเกมได้อย่างเต็มที่เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ สำหรับ โปรแกรมบอล และ ผลการแข่งขัน ของทีมชาติอาร์เจนตินาและทีมอื่นๆ สามารถติดตามได้ที่ Balltoday

ผู้เล่นที่อาจพลาดเกมสำคัญ

ในส่วนของความพร้อมของทีมชาติอาร์เจนตินาสำหรับเกมอำลาของเมสซีนั้น มีรายงานว่า เลอันโดร ปาเรเดส และ นาอูเอล โมลินา สองผู้เล่นคนสำคัญ อาจไม่สามารถลงสนามได้ เนื่องจากทั้งคู่ถูกลงโทษแบนจากการปะทะกันในสนามหลังนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก โดยปาเรเดสถูกแบน 10 นัด และโมลินาถูกแบน 7 นัด แม้แหล่งข่าวจะระบุถึงความพ่ายแพ้ต่อสเปนในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก ซึ่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่อาร์เจนตินาเป็นแชมป์โลก 2022 แต่เหตุการณ์ความวุ่นวายในสนามหลังเกมสำคัญนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง การขาดหายไปของทั้งสองคนอาจส่งผลต่อการจัดทัพในเกมนี้ แต่เป้าหมายหลักของเกมคือการให้เกียรติเมสซีในการอำลาทีมชาติอย่างยิ่งใหญ่

การอำลาทีมชาติของเมสซีจะเป็นเหตุการณ์สำคัญที่แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตามอง และจะเป็นการปิดฉากยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ของหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล สำหรับการ วิเคราะห์บอล และข่าวสารฟุตบอลอื่นๆ สามารถติดตามได้ที่ Balltoday