ซาบาห์ สโมสรฟุตบอลจากอาเซอร์ไบจาน ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยการผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร การเดินทางอันยาวนานและเต็มไปด้วยความท้าทายของพวกเขามาถึงจุดสูงสุดที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด อันเป็นตำนาน เพื่อเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่แห่งอังกฤษอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่มีจังหวะหนึ่งที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม ซึ่งยังคงเป็นที่พูดถึง นั่นคือโอกาสทองที่ จอย-แลนซ์ มิคเคลส์ กองหน้าตัวเก่งของซาบาห์พลาดไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งอาจจะตามหลอกหลอนเขาและทีมไปอีกนาน
เส้นทางอันน่าทึ่งของ ซาบาห์ สู่เวทียุโรป
ซาบาห์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 โดยนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ยากูบ ฮูเซย์นอฟ และใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ลีกอาเซอร์ไบจานได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในฤดูกาลที่ผ่านมา ภายใต้การคุมทีมของ วัลดาส ดัมบรอสคาส ผู้จัดการทีมชาวลิทัวเนีย การเดินทางใน ซาบาห์ แชมเปี้ยนส์ลีก ของพวกเขาเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม โดยต้องผ่านรอบคัดเลือกถึง 4 รอบที่ต้องเล่นแบบเหย้า-เยือน และสามารถเอาชนะคู่แข่งอย่าง The New Saints, Kuopio, Aarhus และ Hapoel Be’er Sheva มาได้สำเร็จ ก่อนจะมาถึงเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 9 ปีของสโมสรที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของแฟนบอลกว่า 500 คนที่เดินทางมาเชียร์ถึงอังกฤษ
จังหวะพลาดของ มิคเคลส์ จุดเปลี่ยนสำคัญของเกม
ในขณะที่ซาบาห์กำลังตามหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่ 1-0 จากประตูของ มาเธอุส คุนญ่า ในนาทีที่ 39 โอกาสทองที่จะเปลี่ยนสถานการณ์ของเกมก็มาถึง จอย-แลนซ์ มิคเคลส์ เมื่อ คาฮีม ปาร์ริส เปิดบอลโค้งมายังเสาไกล มิคเคลส์ที่ยืนโล่งๆ อยู่ในระยะเผาขน มีโอกาสโหม่งทำประตูตีเสมอได้อย่างเหมาะเหม็ง แต่เขากลับโหม่งพลาดบอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย จังหวะนี้ถูกมองว่าเป็นโอกาสเดียวที่ซาบาห์จะได้กลับเข้าสู่เกมและอาจสร้างผลการแข่งขันที่น่าจดจำได้ แต่สุดท้ายแล้วแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็สามารถทำประตูเพิ่มและคว้าชัยชนะไปได้ด้วยสกอร์ 4-0 ซึ่งคุณสามารถติดตาม ผลการแข่งขัน ของการแข่งขันฟุตบอลยุโรปคู่อื่นๆ ได้ที่นี่
บทเรียนอันล้ำค่าและอนาคตในเวทียุโรป
แม้จะพ่ายแพ้ด้วยสกอร์ที่ขาดลอย แต่ซาบาห์ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความกล้าหาญ โดยเฉพาะในช่วง 27 นาทีแรกที่พวกเขาใช้กลยุทธ์การเพรสซิ่งอย่างดุดัน และจำกัดโอกาสของเจ้าบ้านได้ อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ในระดับสูงสุดยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ เมื่อ ยูริ ตีเลอมันส์ และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ประสานงานกันทำประตูที่สอง ตามมาด้วยประตูของ เบนจามิน เซสโก้ และ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ที่ปิดท้ายสกอร์ให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วัลดาส ดัมบรอสคาส ผู้จัดการทีมซาบาห์ ยอมรับว่าทีมของเขาสามารถทำได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องผลการแข่งขัน เขากล่าวว่า “เราทุกคนจะกลับบ้านไปพร้อมกับความคิดว่าเราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะผลการแข่งขัน เราอาจจะไม่มีความกล้าหาญมากพอ โดยเฉพาะจากแนวรับในการเล่นบอลออกจากแดนหลัง เราไม่ได้กลัว แต่เราอาจจะประเมินคู่แข่งสูงเกินไป ผู้เล่น 16 คนที่ลงสนาม มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เคยเล่นในระดับนี้มาก่อน (เวลจ์โก ซิมิช กองกลาง)” ประสบการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนอันล้ำค่าสำหรับซาบาห์ ในการเดินทางที่เหลือของพวกเขาในยุโรป ซึ่งรวมถึงการพบกับทีมอย่าง สลาเวีย ปราก, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, ไวกิ้ง, บาร์เซโลนา, บียาร์เรอัล, นาโปลี และ อาร์เซนอล ซึ่งเป็น โปรแกรมบอล ที่ท้าทายอย่างยิ่งและเป็นโอกาสให้ทีมได้พัฒนาต่อไป นอกจากนี้ ในการแข่งขันยูฟ่า ยูธ ลีก ทีมเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด U19 ก็เอาชนะซาบาห์ U19 ไปได้ 5-0 โดย เจเจ กาเบรียล ทำแฮตทริกได้ในเกมนั้น แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของระดับการพัฒนาเยาวชนระหว่างสองสโมสร

