ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย หรือ "ชบาแก้ว" เตรียมพร้อมสำหรับมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 (Asian Games 2026) ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา "โค้ชอัลเฟรด" เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขัน ณ ห้องแถลงข่าว ชิซูโอกะ สเตเดียม อีโคปา เมืองชิซูโอกะ ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลหญิงรายการนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2569 แฟนบอลสามารถติดตาม โปรแกรมบอล ได้อย่างใกล้ชิด
โค้ชอัลเฟรดแสดงความรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมการแข่งขันในญี่ปุ่น พร้อมชื่นชมวัฒนธรรม การจัดการ และความใส่ใจในความปลอดภัยของนักกีฬาและทุกทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเป็นนักกีฬา
ความพร้อมและความท้าทายในเอเชียนเกมส์ 2026
หัวหน้าผู้ฝึกสอนเน้นย้ำว่าทีมพยายามเตรียมความพร้อมและสร้างแรงกระตุ้นให้นักกีฬามากที่สุด แม้ว่าการได้ลงสนามพบกับทีมระดับโลกอย่างญี่ปุ่นอาจสร้างความกดดันให้กับนักกีฬาบางคน แต่โค้ชอัลเฟรดต้องการเปลี่ยนความกดดันเหล่านั้นให้กลายเป็นแรงผลักดัน เพื่อให้นักกีฬามีความมุ่งมั่นและสนุกกับการแข่งขันอย่างเต็มที่
ทีมชาติไทยจะยังคงรักษาคาแรกเตอร์และความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญ เป้าหมายหลักคือการเล่นให้ดีที่สุดและมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทีมให้ก้าวหน้า การได้อยู่ในกลุ่มที่มีทีมอันดับโลกสูงกว่าถือเป็นความท้าทายและโอกาสอันดีเยี่ยมในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองและทีมให้ดียิ่งขึ้น โค้ชอัลเฟรดกล่าวว่าไม่ใช่ทุกวันที่ทีมจะมีโอกาสได้แข่งขันกับทีมระดับท็อปของโลก ดังนั้นจึงอยากใช้โอกาสนี้ให้เต็มที่ที่สุด
สิ่งที่โค้ชอัลเฟรดต้องการให้นักกีฬาได้เรียนรู้จากเกมกับญี่ปุ่นคือความสำคัญของทุกจังหวะในการเล่นกับทีมระดับสูง ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจนำไปสู่การเสียประตูได้ทันที จึงเน้นย้ำให้นักกีฬามีวินัย มีสมาธิ และยึดตามแผนการเล่นที่วางไว้ ประสบการณ์จากเกมเหล่านี้จะช่วยให้นักกีฬาเข้าใจถึงความละเอียดและวินัยที่จำเป็นในการเล่นระดับสูง
กลุ่มอี: บททดสอบสำคัญของชบาแก้ว
ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่มอี ร่วมกับเจ้าภาพ ญี่ปุ่น, ไชนีส ไทเป และเวียดนาม โดยจะแข่งขันแบบพบกันหมดภายในกลุ่ม เพื่อคัดเลือกทีมแชมป์กลุ่ม รองแชมป์กลุ่ม และทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 2 จาก 3 กลุ่ม ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ต่อไป การเผชิญหน้ากับทีมแข็งแกร่งในกลุ่มนี้จะเป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับ ศูนย์รวมฟุตบอลไทย ในการแสดงศักยภาพและพัฒนาการของทีม
โค้ชอัลเฟรดเชื่อมั่นในความสามารถของผู้เล่นทุกคน แม้จะไม่มีซุปเปอร์สตาร์เด่นชัด แต่ทุกคนมีความสำคัญในฐานะทีม และตอนนี้ผู้เล่นทุกคนก็มีความพร้อมและอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยมสำหรับการแข่งขัน
โปรแกรมการแข่งขันและช่องทางการรับชม
แฟนบอลชาวไทยสามารถติดตามและส่งกำลังใจให้กับ "ชบาแก้ว" ได้ตามโปรแกรมการแข่งขันดังนี้:
- นัดแรก: วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 17.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ญี่ปุ่น พบ ไทย ณ ชิซูโอกะ สเตเดียม อีโคปา ถ่ายทอดสดทาง PPTV HD 36 และแอปพลิเคชัน AIS PLAY
- นัดที่สอง: วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ไทย พบ ไชนีส ไทเป ณ ชิซูโอกะ สเตเดียม อีโคปา ถ่ายทอดสดทาง MCOT HD 30 และแอปพลิเคชัน AIS PLAY
- นัดที่สาม: วันที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 17.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เวียดนาม พบ ไทย ณ นากาอิ สเตเดียม, โอซาก้า ถ่ายทอดสดทาง MCOT HD 30 และแอปพลิเคชัน AIS PLAY
กำลังใจจากแฟนบอลไทยคือสิ่งสำคัญ
"โค้ชอัลเฟรด" ได้กล่าวเชิญชวนแฟนบอลชาวไทยให้ช่วยเชียร์และเป็นกำลังใจให้กับทีมอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันกับทีมเจ้าภาพ ซึ่งคาดว่าจะมีแฟนบอลเข้ามาเต็มสนาม เสียงเชียร์และกำลังใจจากแฟนบอลไทยมีความหมายอย่างมากต่อทีม หากใครมีโอกาสเดินทางไปเชียร์ที่สนามก็อยากให้ไปร่วมส่งเสียงเชียร์กันเยอะ ๆ ส่วนผู้ที่ไม่สามารถเดินทางไปได้ การติดตามและส่งกำลังใจผ่านโซเชียลมีเดียก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ทีมงานและนักกีฬาทุกคนต้องการกำลังใจจากคนไทยทั้งประเทศ และจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อสร้างความสุขให้กับคนไทย

